ผลสลากงวด 16 ส.ค.นี้

เลื่อนเวลา!

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

สำนักงานสลากฯ ประกาศเลื่อนการออกรางวัลผลสลาก ตรวจหวย 1 สิงหาคม 2558 เป็นเวลา 11.30 – 13.00 น.


สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แจ้งเลื่อนในเวลางานออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2558 จากเดิมเปิดฉากเวลา 14.30 – 16.00 น. มาเป็นเวลา 11.30 – 13.00 น.

โดยสามารถติดตามการถ่ายทอดสดการออกรางวัลได้ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์สถานที่ประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ในเวลา 12.00 น. เป็นต้นไป และทางสถานีโทรทัศน์ข่าวสปริงนิวส์ เวลา 11.30 น. รวมทั้งสามารถรับฟังการถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป

วันอาสาฬหบูชา


วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของไทย



วันอาสาฬหบูชา


วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของพระพุทธศาสนา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 30 กรกฎาคม 2558 โดยในวันอาสาฬหบูชาเมื่อสมัยพุทธกาลได้เกิด เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 4 ประการ ดังต่อไปนี้


1. เป็นวันที่พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 รูป ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี

2. เป็นวันที่พระบรมศาสดาทรงได้พระสาวกองค์แรก คือ ท่านโกญฑัญญะได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันองค์แรก

3. เป็นวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นรูปแรก คือ พระอัญญาโกญฑัญญะ ภายหลังจากที่ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันแล้ว ก็ได้ทูลขออุปสมบท พระพุทธองค์ทรงประทานการอุปสมบท ยกขึ้นเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา

4. เป็นวันเกิดขึ้นของพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครบเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นพยานในการตรัสรู้ธรรม ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพระพุทธองค์ก็ครบถ้วนบริบูรณ์ คือ มิใช่เพียงแค่ตรัสรู้ธรรมเพียงพระองค์เดียวอย่างพระปัจเจกพุทธเจ้า


วันอาสาฬหบูชาเกิดขึ้นหลังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุธรรมได้ 7 สัปดาห์

ความเป็นมาของวันอาสาฬหบูชา

ความเป็นมาของวันอาสาฬหบูชานั้น เริ่มต้นจากในครั้งพุทธกาล หลังจากพระศาสดาตรัสรู้ในวันเพ็ญเดือน 6 แล้วทรงเสวยวิมุตติสุข คือ ความสุขจากการหลุดพ้นเป็นเวลา 7 สัปดาห์ หลังจากนั้นทรงพระปริวิตกว่า ธรรมที่พระองค์ตรัสรู้นี้ลึกซึ้งมาก หมู่สัตว์ที่ยังมีกิเลสหนายากที่จะรู้เห็นตามได้ ท้าวสหัมบดีพรหมทรงทราบความปริวิตกของพระองค์ จึงมาทูลอาราธนาให้พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ที่มีธุลีในจักษุน้อยยังมีอยู่


วันอาสาฬหบูชาเป็นวันที่พระรัตนตรัยครบทั้ง 3 ประการ

วันอาสาฬหบูชาเป็นวันเกิดขึ้นของพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

เมื่อพระพุทธองค์ทรงประกาศธรรมจักรให้เป็นไปแล้ว บรรดาเทวดาทั่วทุกชั้นฟ้าก็บันลือเสียง ตั้งแต่ภุมมเทวาไปจนถึงชั้นพรหมโลกต่างชื่นชมอนุโมทนา ทั่วทั้งหมื่นโลกธาตุได้ไหวสะเทือนสะท้าน ทั้งแสงสว่างอันยิ่งใหญ่หาประมาณมิได้ก็สว่างรุ่งเรืองไปทั่ว เพราะอานุภาพของเหล่าเทวดา

เมื่อเราได้ทราบประวัติความเป็นมาของวันอาสาฬหบูชาแล้ว ข้างเราชาวพุทธทุกคนจึงควรทำจิตให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย และตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในโดยเร็ว ประเพณีนิยมในวันอาสาฬหบูชา
ธรรมเนียมปฏิบัติในวันอาสาฬหบูชา

จากความสำคัญของวันอาสาฬหบูชาข้างต้นนี้ ทำให้ปู่ย่าตายายท่านจับกุมหลักได้ว่า การเรียนสรรพวิชาใดๆ ก็ตาม ผู้ที่จะแตกฉานลึกซึ้งในความรู้นั้นได้ มีความจำเป็นต้องศึกษาแม่บทให้แตกฉานก่อน เช่น ถ้าเป็นวิชาคำนวณในทางโลกต้องใช้สูตรคูณเป็นแม่บท ในทางธรรมก็เช่นเดียวกัน การที่จะศึกษาธรรมะให้แตกฉาน ต้องศึกษาธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นแม่บททางธรรม

ธรรมเนียมปฏิบัติณวันอาสาฬหบูชา

กิจกรรมภายในวันอาสาฬหบูชา เข้าวัด ปฏิบัติทาน รักษาศีล เจริญสมาธิ ภาวนา

ในวันอาสาฬหบูชานี้ ชาวพุทธควรถือยังไม่ตายหน้าที่อันสำคัญยิ่งที่จะพึงประกอบการบูชาทั้งส่วนอามิสบูชา และปฏิบัติบูชา โดยเฉพาะการปฏิบัติบูชานั้น

ควรปฏิบัติตนตามหลักธรรมในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อันได้แก่ มัชฌิมาปฏิปทา เรื่องปฏิบัติสายกลาง คือ อริยมรรค 8 กล่าว

โดยสรุปก็คือ ควรปฏิบัติตนให้มีศีล สมาธิ ปัญญา เมื่อปฏิบัติได้ดังนี้ ชื่อ

วันเข้าพรรษา


ชวนทำบุญเข้าพรรษา 4 ภาค สืบสานประเพณีไทย 2558




วันเข้าพรรษา


ชักชวนทำบุญเข้าพรรษา 4 ภาค สืบสานประเพณีไทย 2558 วันเข้าพรรษา เป็นประเพณีอย่างหนึ่งของคนไทยที่นับถือพุทธศาสนาที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมายังมีชีวิตอยู่เวลานาน สำหรับในปี 2558 นี้ วันเข้าพรรษาจะตรงกับทิวาที่ 31 กรกฎาคม

ยังจัดเป็นวันหยุดสำหรับข้าราชการและเอกชนด้วยว่าให้ชาวพุธได้มาร่วมทำบุญกันในวันสำคัญนี้ สำหรับใครที่ยังไม่มีโปรแกรมและยังไม่ทราบว่า “ทำบุญวันเข้าพรรษา 2558 ที่ไหนดี” วันนี้เรามีสถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจมาแนะนำกันค่ะ เริ่มไป

ทำบุญเข้าพรรษาภาคกลาง

1. วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี สำหรับในที่นี่จะมีประเพณีตักบาตรดอกไม้เข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

2. แห่เทียนพรรษาทางน้ำ ลาดชะโด จังหวัดอยุธยา เป็นอีกประเพณีหนึ่งของทางภาคกลางที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นการแสดงให้เห็นวิถีทางน้ำของคนไทยในสมัยโบราณ ที่ใช้แม่น้ำลำคลองเป็นแดนสัญจร เพราะนอกจากจะมีการแห่เทียนทางน้ำแล้วที่นี่ยังมีการแสดงภาพวิถีชีวิตของชาวลาดชะโด และการละเล่นหน้าดินบ้านกันอีกด้วย

ทำบุญเข้าพรรษาภาคเหนือ

วัดบุญยืนพระอารามหลวง เวียงสา จังหวัดน่าน ที่นี่จะมีประเพณีใส่บาตรเทียนที่มีแห่งเดียวในประเทศไทย และเป็นประเพณีที่อยู่คู่อำเภอเวียงสามาเป็นเวลานาน เริ่มจากที่สมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ชาวบ้านจึงนำเทียนมาถวายวัด เริ่มต้นเดิมที่จะมีแต่ที่วัดบุญยืนต่อมาได้ขยายไปจนทั่วอำเภอเวียงสา

ทำบุญเข้าพรรษาภาคอีสาน

ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี สำหรับที่นี่จะมีขบวนแห่เทียนเข้าพรรษาที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ด้วยเทียนที่ถูกสลักเสลาเป็นรูปต่างๆ อย่างงดงาม สำหรับในปี 2558 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 15 – 31 กรกฎาคม ณ บริเวณสนามทุ่งศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

และนอกจากขบวนแห่เทียนพรรษาที่งดงามแล้วภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง เช่น งานทำบุญตักบาตร การแกะสลักเทียน การประกวดสาวงาม การจำหน่ายสินค้า และแสงสีเสียงในยามค่ำคืน

ทำบุญเข้าพรรษาภาคใต้

ประเพณีตักบาตรธูปเทียน ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่วันเข้าพรรษาประชาชนที่นับถือพุทธศาสนาจะมารวมตัวกันที่ลานวัดเพื่อทำการตักบาตร แต่สิ่งที่นำมาใส่บาตรจะเป็นดอกไม้ธูปเทียน

โดยจะมีพระภิกษุจากวัดพระมหาธาตุฯ และวัดอื่นๆ มารับบิณฑบาตเป็นแถวยาว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมงานบุญสักการะพระบรมธาตุ พระพุทธสิงหิงค์ และเกจิอาจารย์ชื่อดังต่างๆ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต รวมไปถึงงานบันเทิงรื่นเริงอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ

ประเพณีเข้าพรรษาจัดยังมีชีวิตอยู่ประเพณีที่สำคัญของชาวพุทธ และแต่ละภาคก็มีการจัดงานที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน เรามาร่วมทำบุญวันเข้าพรรษาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและเพื่อให้ประเพณีที่ยังงดงามได้คงอยู่เป็นมรดกอันทรงคุณค่าของชาวไทยสืบไป

ถวายเทียนพรรษา


อานิสงส์ของการถวายเทียนพรรษา



ถวายเทียนพรรษา


ในช่วง ทิวากาลเข้าพรรษา วันสำคัญของชาวพุทธเรา เพราะปีนี้ตรงกับวันที่ 31 กรกฎาคม 2558 ในวันเข้าพรรษานี้จับว่าเป็นอีกวันที่พุทธศาสนิกชนพวกใหญ่จักถือโอกาสเข้าวัดทำบุญ ฟังเทศน์ แต่อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เรามักจะเห็นพร้อมๆ กันกิจกรรมการทำบุญคือ “ถวายเทียนพรรษา”

ในอดีตมีเรื่องเล่าว่าในที่ระหว่างวันเข้าพรรษา พระภิกษุสงฆ์จะเปล่าสามารถไปจำวัดที่อื่นได้ และประกอบกับว่าในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน วัดในต่างจังหวัดไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องอาศัยแสงสว่างจากเทียน ญาติโยม จึงมีการถวายเทียนในวันเข้าพรรษา เป็นที่มาของการ “แห่เทียนเข้าพรรษา” นั่นเอง


โดยการทำบุญด้วยการถวายเทียนแบบนี้มีอานิสงส์ผลบุญที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้การทำบุญด้วยวิธีอื่นๆ แต่จะได้อานิสงส์อย่างไรบ้าง เรามีข้อมูลมาให้ได้รู้กัน

หลวงพ่อพระราชพรหมยานเล่าถึงเรื่องราว อานิสงส์การถวายเทียนหรือหลอดไฟในวันเข้าพรรษาว่า “การถวายเทียนเข้าพรรษา หรือว่า ถวายกระแสไฟในพระพุทธ-ศาสนา เหมือนกัน อย่างนี้ถ้าเกิดเป็นเทวดาจะมีรัศมีกายสว่างมาก
ถ้าบรรลุมรรคผล จะเป็นบุคคลผู้เลิศใน ทิพจักขุญาณ อย่างพระอนุรุทธ”

ท่านได้ถวายเทียนเข้าพรรษาตลอดมา ถวายพระประทีปโคมไฟชั่งไหนมืดชอบถวายตะเกียงบ้างน้ำมันบ้างให้มีแสงสว่างต่อมาในชาติสุดท้าย เมื่อเป็น พระอรหันต์วิชชาสาม ท่านสามารถมี ทิพจักขุญาณสว่างกว่าพระอรหันต์ทั้งหมด แม้แต่ พระอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณก็ยังสู้ไม่ได้

อีกประการหนึ่งถ้าท่านทั้งหลายไปเกิดเป็นเทวดา เป็นนางฟ้า เป็นพรหม ก็จะมีรัศมีกายสว่างมาก เพราะเทวดา นางฟ้า และพรหมเขาถือรัศมีกายเป็นสำคัญเขาไม่ถือเครื่องแต่งกายเป็นสำคัญ องค์ไหนถ้ารัศมีกายสว่างมากองค์นั้นมีบุญมาก เมื่อมีจิตใจเลื่อมใส ได้ทำการบูชาเช่นนี้ พระชินศรีตรัสว่าเป็นมงคลอันสูงสุด

ดังพระบาลีว่า “ปูชาปูชะนียานัง เอตัมมังคลมุตตมัง” การบูชาบุคคลผู้ควรบูชาเป็นมงคลอันสูงสุด อนึ่งชื่อว่าได้ขวนขวายในกิจ อันปราศจากโทษความเดือนร้อนในภายหลังมิได้ ย่อมได้รับผลพิเศษทั้งในโลกนี้และโลกหน้า


การถวายเทียนพรรษานี้เป็นโบราณประเพณีที่ทำสืบๆ มาสดเวลาช้านาน เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา ภิกษุทั้งปวงต้องจำพรรษาในอาวาสของตน 3 เดือน พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงได้จัดทำให้เป็นกุศลพิธีขึ้น เมื่อได้นำทางเทียนไปถวายพระสงฆ์แล้ว ท่านก็จะได้จุดบูชาต่อหน้าพระประธานในพระอุโบสถ ส่งผลให้ผู้ถวายย่อมได้รับอานิสงส์ หมายความว่า

1. ทำให้เกิดปัญญา ทั้งชาตินี้และชาติหน้า เปรียบเหมือนแสงสว่างแห่งเทียน

2. ทำให้สว่างไสวรุ่งเรือง ผู้ถวายย่อมทำอุปถัมภ์มีความรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ

3. ทำให้คลี่คลายเรื่องราวต่างๆ ที่มีอยู่ปัญหาส่งให้ร้ายกลายเป็นดี

4. เจริญไปด้วยมิตรบริวาร

5. ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย

6. เมื่อจากโลกนี้ไปย่อมมีกายทิพย์อันสว่างไสว

7. เมื่อลาลับโลกนี้ไปย่อมไปสู่สุคติสวรรค์

8. หากบารมีมากพอ ย่อมทำให้เกิดดวงตาจักษุ คือปัญญารู้แจ้งเข้าสู่พระนิพพาน


คำถวายเทียนพรรษา

ยัคเฆ ภันเต สังโฆ ปะฏิชานาตุ มะยัง ภันเต เอตัง ปะทีปะยุคัง สะปะริวารัง เตมาสัง พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ อิมัสมิง อุโปสะถาคาเร นิยยาเทมะ สาธุ โน ภันเต อะยัง เตมาสัง พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ ปะทีปะยุคัสสะ ทานัสสะ อานิสังโส อัมหากัญเจวะ มาตาปิตุอาทีนัญจะ ปิยะชะนานัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ ฯ

คำแปล

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์จงรับทราบ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอมอบถวาย เทียนคู่นี้ พร้อมกับของบริวารไว้ ณ พระอุโบสถนี้ เพื่อเป็นพุทธบูชาตลอดพรรษา ขออานิสงส์แห่งการถวายคู่เทียน เพื่อเป็นพุทธบูชาตลอดพรรษานี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่ปิยชนทั้งหลาย มีมารดาบิดาเป็นต้นด้วย ตลอดกาลนานเทอญ ฯ

เคล็ดลับทำบุญ

ตั้งแต่ในอดีตที่เคยมีการถวายเทียน มีความเชื่อว่า จะทำอุปถัมภ์ชีวิตดีรุ่งเรืองโชติช่วงเหมือนดังแสงไฟจากเทียน สมมตเจอปัญหาก็จะพบทางออกที่เป็นเหมือนแสงสว่างของเทียน ต่อมาก็ได้มีการถวายเทียนเพื่อเป็นการเสิรมดวงความรัก โดยนิยมถวายเป็นคู่ เพราะเชื่อว่าแสงเทียนจักช่วยส่องสว่างในชีวิตเสริมให้ดวงเหตุรักดีขึ้น มีชีวิตคู่ที่ราบรื่น

สำหรับคนโสดก็จะทำให้พบเจอแต่เรื่องดีๆ หรือเจอกับเนื้อคู่ในเร็ววันนั่นเอง

อย่างไรก็ดีตั้งแต่ในอดีต ผู้คนนิยมถวายเทียนพรรษาเพื่อแบ่งออกพระภิกษุได้ใช้ส่องสว่างขณะจำพรรษาอยู่ที่วัด เชื่อว่าการถวายเทียน จะช่วยให้ชีวิตโชติช่วง พบเจอแต่เรื่องดีหรือ ถวายหลอดไฟก็ได้ แต่ผมแนะนำให้ถวายเป็นเทียนพรรษาดีกว่า เพราะตามตำราโบราณ มันได้ความรู้สึกบางอย่าง ซึ่งดีกว่าเป็นหลอดไฟ หากเป็นเทียน เวลาพระไปเดินจงกลมตรงไหน ก็จุดได้เลย

ละติจูดที่ 6


นักแสดงละติจูดที่6พบผบ.ตร.ชวนดูภาพยนตร์




ละติจูดที่ 6


ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล พร้อมนักแสดงละติจูดที่ 6 เดินทางพบ ผบ.ตร. เชิญชวนไปดูภาพยนตร์ ช่วยผู้ที่ได้รับผบกระทบในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนใต้

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล พร้อมนักแสดงและทีมงานผู้จัดสร้าง เข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อโปรโมทภาพยนตร์เรื่องละติจูดที่ 6 ที่จะเข้าฉายวันที่ 23 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ตีแผ่ปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และมุมมองความรักของพระเอก และนางเอก

สำหรับการเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันนี้ เนื่องจากตำรวจก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีส่วนในการแก้ปัญหาความไม่สงบ อีกทั้งในเรื่องยังอิงโครงการของ พล.ต.อ.สมยศ ที่มีการระดมทุนจัดสร้างโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดชายแดนใต้ ที่จังหวัดยะลา ซึ่งถือว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความสอดคล้องกับโครงการดังกล่าวด้วย

โดย พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ขอบคุณผู้จัดทำภาพยนตร์ดี ๆ เช่นนี้มาให้ประชาชนได้ดู พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนไปดูภาพยนต์เรื่องนี้ เนื่องจากรายได้ทั้งหมดจะนำไปช่วยผู้ที่ได้รับผบกระทบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและประชาชนในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือจากบุคคลที่ลักลอบทำหรือจำหน่ายแผ่นซีดีละเมิดลิขสิทธิ์ ให้หยุดการกระทำดังกล่าว ถ้ายังพบมีผู้ฝ่าฝืน ก็พร้อมที่จะดำเนินตามกฎหมายทันที


ตัวอย่างใหม่พร้อมภาพนิ่งจากภาพยนตร์ “ละติจูดที่ 6”


เรื่องย่อ ละติจูดที่ 6

“ต้น” (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) หนุ่มชาวกรุง ที่ทางต้องย้ายมาอยู่ที่จังหวัดปัตตานีตามคำสั่งของธนาคารที่เขาทำงานอยู่ แต่งานเดินทางลงมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่แค่ตัวเขาคนเดียวยังมี “ฝ้ายฟู” (น้องใยใหม-ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ) หลานสาววัยน่ารัก ในอยู่ในความดูแลของตนเองติดตามมาด้วย

แม้ต้นจะหวั่นวิตกอยู่บ้างกับข่าวคราวเรื่องความไม่สงบในภาคใต้ แต่เมื่อต้นมาถึง ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ ปัตตานีกลับเต็มไปด้วยความเรียบง่าย, สงบ, สวยงาม และไม่เพียงเท่านั้น ต้นยังพบกับ “ฟ้า” (โบว์ลิ่ง-ปริศนา กัมพูสิริ) ครูสาวชาวมุสลิมในโรงเรียนประถมของฝ้ายฟู

และแม้ว่าฟ้าจะดูมีใจให้ต้นพอสมควร แต่ทว่า อุปสรรคสำคัญด่านแรกของต้นคือ ครู“ฮัตซัน” (ต๊อบ-สหัสชัย ชุมรุม) พ่อของ “ฟ้า” ที่เป็นครูสอนศาสนามุสลิมที่เคร่งครัดมาก และไม่ต้องการให้ “ฟ้า” ยุ่งเกี่ยวกับหนุ่มนอกศาสนา แต่ด้วยความช่วยเหลือจาก “มูซา” (บ่าววี – พันจ่าอากาศเอก วีรยุทธิ์ นานช้า) เพื่อนใหม่สุดฮาในออฟฟิศ ทำให้เขาเข้าใจวิถีของมุสลิมพร้อมทั้งปรับตัวได้ จนครู “ฮัตซัน” ยอมรับเขามากกว่าเดิม

“ชารีฟ” (เม้าส์-ณัฐชา จันทพันธ์) เด็กหนุ่มนักกีฬาปันจักสีลัตของโรงเรียน ศักดิพยายามฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อเขตจะเอาชนะ “กอเซ็ม” (ภีม-ภาคิน บวรศิริลักษณ์) หนุ่มนักกีฬาคนดังของปัตตานีคู่แข่งล้วนกาลของเขาให้ได้ในงานแข่งขันคัดเลือกตัวแทนจังหวัดเนื้อที่ใกล้จะมาถึง

จนลืมเอาใจใส่เพื่อนสาวคนสนิท อย่าง “เฟิร์น” (มายด์-วิรพร จิรเวชสุนทรกุล) ดีเจสาวน้อยเสียงหวานของวิทยุชุมชน ที่กำลังน้อยใจเพราะเป็นห่วงผลการเรียนของเขา จนในที่สุดทั้งสองก็โกรธด้วยกันไม่พูดจากัน ในวันแข่งขัน “เฟิร์น” แอบตามไปดูอยู่ห่างๆ และเห็น “ชารีฟ” พลาดท่าในนัดชิงชนะเลิศ แต่การแข่งขันครั้งนี้ทำให้ทั้ง “ชารีฟ”, “กอเซ็ม” และ “เฟิร์น” รู้ถึงหัวใจของตนเองมากขึ้น

ในขณะเดียวกันนั้น “ต้น” กลับมาคุยงานกับเพื่อนนักดนตรีที่กรุงเทพและสัญญากับ “ฟ้า” ว่าจะกลับไปให้ทันงานฉลองมัสยิด จนกระทั่งในวันเฉลิมฉลองมัสยิด ครู “ฮัตซัน” ผู้ดูแลโครงการล้มหมดสติลงที่บ้าน และ “ฟ้า” เป็นเพียงคนเดียวต้องสานต่องานที่พ่อได้ริเริ่มไว้ ด้าน “ต้น” ก็ได้คำยืนยันจากเพื่อนนักดนตรีที่กรุงเทพให้กลับไปเล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้ง ทำให้ “ต้น” ลังเลและลำบากใจที่จะบอกความจริงกับ “ฟ้า” ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร เขาก็ต้องเลือกในสิ่งที่หัวใจของเขาต้องการที่สุด

Plugin from the creators ofBrindes :: More at PlulzWordpress Plugins